ในสมัยโบราณ ม้าไม่ได้เป็นเพียงพาหนะ แต่คือ "สัญลักษณ์แห่งอำนาจ" และยุทธปัจจัยชี้ขาดผลแพ้ชนะในศึกสงคราม หนึ่งในตำราคัดสรรลักษณะม้าที่ทรงคุณค่าและน่าสนใจคือ "พระสมุดโคลงแผนม้าตำราภุกาม" ซึ่งบันทึกไว้ในหนังสือสมุดไทยขาว เลขที่ ๒๓๓ เล่าขานตำนานกำเนิดสืบมาว่า มาจาก "พระอัศมุขีฤๅษี" ผู้เป็นบุตรของพระอาทิตย์และพระจันทร์ โดยนำความรู้มาร้อยเรียงเป็นตำราคัดม้า ๔ ตระกูล ได้แก่ เวฬาหก, อัสสาชาไนย, สินธพ และอัศดร
จุดเด่นของตำราภุกาม คือการจัดลำดับม้าตาม "ลักษณะและศักดิ์ศรี" ออกเป็นชั้นต่างๆ อย่างมีระบบ
• ม้าเอก (๗ อย่าง) ม้าชั้นยอดสำหรับพระมหากษัตริย์ มีลักษณะเด่นอันเป็นมงคล เช่น ขาวล้วนเศียรดำ, ดำล้วนหางแปรงขาว, หรือ สีเลื่อมเหลืองดั่งทองคำ ยามดึกนอนละเมอร้อง เชื่อว่าผู้ครอบครองจะบริบูรณ์ด้วยยศและบริวาร
• ม้าโท (๑๕ อย่าง) ม้าชั้นเลิศสำหรับแม่ทัพปราบศึก มีชื่อเรียกไพเราะ เช่น ราชวาหนะ (กายมรกตแซมเมล็ดงา), สังข์ (สีขาวนวล), และ ณะกำปะติ ม้าศึกใจเด็ดที่ไม่เกรงกลัวอาวุธ แม้บาดเจ็บก็สามารถพาเจ้านายแหวกวงล้อมพ้นภัยได้
• ม้าตรี (๒๔ อย่าง) และ ม้าจัตวา (๖ อย่าง) ม้าใช้งานและม้าพาหนะทั่วไป จำแนกตามโทนสีผิวและลักษณะขน เช่น สีหม้อใหม่, สีกะทิง, สีเปลือกมะพร้าว หรือลายจุดเมล็ดฝ้าย
หนังสือสมุดไทยขาว เรื่อง "พระสมุดโคลงแผนม้าตำราภุกาม" จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ตำราสัตว์ศาสตร์โบราณ แต่คือศิลปะและมรดกทางปัญญาที่สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพัน ความละเอียดอ่อน และการให้ความสำคัญกับม้าศึกในประวัติศาสตร์ของชาติไทย
บรรณานุกรม
“พระสมุดโคลงแผนม้าตำราภุกาม.” หอสมุดแห่งชาติ. หนังสือสมุดไทยขาว. อักษรขอม-ไทย. ภาษาบาลี-ไทย. เส้นรงค์ (หมึก,สีน้ำยา). มปป. เลขที่ ๒๓๓. หมวดสัตวศาสตร์.