เรียบเรียงโดย : นางศิวพร เฉลิมศรี นักภาษาโบราณชำนาญการพิเศษ กลุ่มหนังสือตัวเขียนและจารึก
นกกระทา สัตว์ปีกขนาดเล็กที่ดูเผินๆ อาจเป็นเพียงสัตว์เศรษฐกิจ แต่ในเอกสารโบราณกลับปรากฏเรื่องราวอันลึกซึ้งและน่าสนใจเกี่ยวกับ "ตำรานกกระทา" ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อและการจัดหมวดหมู่อันเป็นเอกลักษณ์ของคนยุคก่อน ตำรานกกระทาคำฉันท์นี้ได้จำแนกลักษณะนกกระทาที่ดีไว้ 9 จำพวก โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ตามความมงคลและสิริมงคล ดังนี้:
• ชนิดเอก (3 จำพวก) มหากันภัย, ไชยมงคล, และมหามงคล
• ชนิดโท (3 จำพวก) ชนราชสีห์, ชมพูกาวิน, และตาปนิล
• ชนิดตรี (3 จำพวก) นิลธำมรงค์, นิลสาลิกา, และโปร่งฟ้า
ชื่อเรียกอันไพเราะเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพียงแค่เรียกขาน แต่ยังบ่งบอกถึงความเชื่อที่ว่านกกระทาแต่ละจำพวกจะนำพาโชคลาภและความร่มเย็นมาสู่ผู้เลี้ยง ในทางกลับกัน ตำรานกกระทานี้ก็ยังได้กล่าวถึงนกกระทาที่มีลักษณะไม่ดี หรือที่เรียกว่า "นกอุบาทชาติชั่ว" ซึ่งเชื่อกันว่าจะนำพาความวิบัติมาสู่ผู้เลี้ยง อาทิ
• นกอมเพลิง: มีลักษณะอ้าปากหาวเป็นควันพุ่งออกมาเป็นครั้งคราว และปากมีสีแดง
• ธรณีสาร: นกที่ชอบเดินเลาะหรือปีนป่ายไปตามคันโกง
ตำรากล่าวเตือนไว้อย่างชัดเจนว่า การเลี้ยงนกในกลุ่มนี้จะนำมาซึ่งภัยพิบัติและความเดือดร้อนแก่ผู้เลี้ยง จากความเชื่อถือตามตำราโบราณที่ให้ความสำคัญกับลักษณะมงคลและอัปมงคลของนกกระทาอย่างเคร่งครัด แนวคิดในการเลี้ยงนกกระทาในปัจจุบันได้แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผู้คนในยุคนี้ส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่การเลี้ยงนกกระทาเพื่อนำไปจำหน่ายเป็นอาชีพ ซึ่งเป็นแนวคิดเชิงเศรษฐกิจที่ตอบโจทย์ยุคสมัยมากกว่า
แม้ว่าผู้ที่ยังคงยึดถือและเลี้ยงนกกระทาตามความเชื่อโบราณจะมีอยู่ไม่มากนัก แต่จุดประสงค์หลักก็มักจะเปลี่ยนไปเป็นการฟังเสียงร้องอันไพเราะของนกเพื่อความเพลิดเพลิน ผ่อนคลาย และเป็นความสบายใจส่วนตัวเท่านั้น
บรรณานุกรม
“ตำรานกกระทาคำฉันท์.” หอสมุดแห่งชาติ. หนังสือสมุดไทยขาว. อักษรขอม-ไทย. ภาษาบาลี-ไทย. เส้นรงค์ (ดินสอ,สีน้ำยา,หมึก). ม.ป.ป. เลขที่ 170. หมวดสัตวศาสตร์.