รอยจำหลักสัญลักษณ์มงคลจีนบนตู้เท้าสิงห์ กท. 108
เรียบเรียงโดย : นางศิวพร เฉลิมศรี นักภาษาโบราณชำนาญการพิเศษ กลุ่มหนังสือตัวเขียนและจารึก
ในทางศิลปกรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์ การผสานคติความเชื่อเรื่องโชคลาภของชาวจีนลงบนโบราณวัตถุ มิได้เป็นเพียงการตกแต่งเพื่อความสวยงาม แต่แฝงไปด้วยพลังแห่งสัญลักษณ์มงคลเพื่อเสริมบารมีและเรียกความเป็นสิริสวัสดิ์แก่ผู้ครอบครอง โดยเฉพาะ "ตู้เท้าสิงห์" หมายเลข กท. 108 ที่ได้มาจากวัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร ที่ปรากฏรอยจำหลักไม้ลงรักปิดทองบนพื้นแดงเข้มขรึม ซึ่งนอกจากจะสะท้อนความประณีตของงานช่างแล้ว ยังเป็นพื้นที่รวมศาสตร์แห่งการดึงดูดโชคลาภตามความเชื่อโบราณไว้อย่างครบถ้วน
ลวดลายบนบานประตูตู้ถูกจัดวางเพื่อส่งเสริมความเป็นสิริมงคล เริ่มจากส่วนบนที่เป็นภาพดอกบัวและใบบัวลอยน้ำ สื่อถึงพลังความบริสุทธิ์และการปัดเป่าสิ่งอัปมงคลให้พ้นไป ถัดลงมาปรากฏภาพแจกันใส่ดอกไม้ที่มีกระบี่ประดับอยู่ด้านหลัง ซึ่งตามคติจีน "แจกัน" คือสัญลักษณ์ของความสงบสุข (ผิงอัน) เมื่อมีกระบี่ซึ่งเป็นอาวุธมงคลมาประกอบ จึงสื่อถึงพลังในการสยบสิ่งชั่วร้ายและคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย ส่วนบริเวณกลางบานประตูที่เป็นรูปนกและแมลงท่ามกลางหมู่ไม้ คือตัวแทนของพลังชีวิตและความอุดมสมบูรณ์ที่ไหลเวียนไม่รู้จบ
จุดที่เปี่ยมด้วยพลังแห่งการเรียกโชคลาภเด่นชัดที่สุดอยู่ที่ส่วนล่างของตู้ ซึ่งจำหลักภาพ "กิเลน" สัตว์เทพมงคลที่กำลังเหยาะย่าง โดยมีสัญลักษณ์ของ "ฮก ลก ซิ่ว" ประกอบอยู่รอบกาย กิเลนถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความเมตตาที่จะนำพาข่าวดีและโชคลาภมหาศาลมาให้ เมื่อผสานกับกลุ่มสัญลักษณ์มงคล ฮก ลก ซิ่ว จึงเป็นการดึงดูดพรสามประการ ทั้งความมั่งคั่งในทรัพย์สิน การมีอำนาจวาสนา และการมีสุขภาพที่แข็งแรงอายุมั่นขวัญยืน เสริมด้วยหน้าสิงห์แบบจีนที่ขอบขาตู้ซึ่งทำหน้าที่เป็นทวารบาลคอยเฝ้าระวังและกักเก็บพลังงานที่ดีให้อยู่ภายใน ตู้เท้าสิงห์ใบนี้จึงเป็นผลงานชิ้นเอกที่รวมความเป็นสิริมงคลและคำอวยพรที่เปี่ยมศรัทธาไว้อย่างแยบยลในงานศิลปกรรมไทย
บรรณานุกรม
ตู้ลายทอง ภาค 2 (สมัยรัตนโกสินทร์) เล่มที่ 3. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2568.